วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

พระราโชวาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี


พระราโชวาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๙ ณ อาคารกีฬา ๑ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก  เมื่อวันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐

วันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๔๗ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๙ ณ อาคารกีฬา ๑ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "คนเราโดยทั่วไปแม้จะเชื่อว่าตนมีความพร้อมในการทำงานอยู่มากก็ตาม แต่เมื่อต้องประสบปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ ก็อาจบังเกิดความท้อถอยเหนื่อยหน่ายขึ้นได้ ที่เป็นดังนี้ ก็เพราะขาดคุณสมบัติสำคัญ ๒ ประการ คือความอดทน กับความเพียร ความอดทน คือ ความมั่นคงหนักแน่นไม่หวั่นไหว เมื่อได้รับความยากลำบากหรืออยู่ในสภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ส่วนความเพียรคือความกล้า ที่จะต่อสู้ฟันฝ่าความยากลำบากทั้งปวง ความอดทนกับความเพียรนี้เมื่อมีประกอบพร้อมกัน ย่อมเกื้อกูลให้บุคคลสามารถผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาในการทำงานทุกอย่างจนงานที่ทำดำเนินก้าวหน้าและสำเร็จผลได้โดยสวัสดี บัณฑิตทั้งหลายนับว่าเป็นผู้มีความพร้อมทางสติปัญญา คือมีความรู้ทางวิชาการสำหรับจะนำมาใช้ปฏิบัติงานอยู่แล้ว หากจะได้สร้างเสริมความพร้อมทางจิตใจให้เป็นผู้มีความอดทนและความเพียรเป็นปรกตินิสัยก็จะสามารถสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าทั้งในชีวิต และกิจการงานได้อย่างสมบูรณ์พร้อม"

ที่มา: Wanchai Pongsa's Line (Update 17 เม.ย.2561)
ข่าวในพระราชสำนัก วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2560
ภาพ.FB_ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก นครนายก วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2560

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน



มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
โดย จริยา ทองหอม
14 เมษายน 2561

หลักการคิดของประชากรโลกที่ร่ำรวย คือ พัฒนาจุดแข็ง มุ่งเสาะแสวงหา ใช้เวลาคุ้มค่า รู้จักปฏิเสธ
.....
หลักการคิดของประชากรโลกที่ร่ำรวย  1% ของประชากรโลกที่ร่ำรวยมีหลักการคิด ดังนี้
1. พัฒนาจุดแข็ง ค้นหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอและใช้มันให้ดีที่สุด
2. มุ่งเสาะแสวงหา เน้นการแสวงหาเงินมากกว่าประหยัดหรืออดออม
3. ใช้เวลาคุ้มค่า เวลาเป็นของมีค่าอย่าใช้ฟุ่มเฟือย
4. รู้จักปฏิเสธและพักผ่อนให้เพียงพอ ปฏิเสธไม่เป็น ชีวิตลำเค็ญแน่นอน!
.....
เวลาและความสามารถ เป็นต้นทุนที่ประเมินค่ามิได้
.....
ที่มา: https://www.deemagna.com/therich 1 percent


วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561

การพัฒนา “ศาสตร์พระราชา” ในมิติของบุคคล

การพัฒนา “ศาสตร์พระราชา” ในมิติของบุคคล

โดย  จริยา  ทองหอม
07 เมษายน 2561








Link: การพัฒนา “ศาสตร์พระราชา” ในมิติของบุคคล
https://www.academia.edu/36362284

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

การพัฒนา “ศาสตร์พระราชา” ในมิติของบุคคล


การพัฒนา “ศาสตร์พระราชา” ในมิติของบุคคล
โดย  ครรชิต มนูญผล
จริยา  ทองหอม
07 เมษายน 2561









“ศาสตร์พระราชา”
https://www.facebook.com/kanchit.manoonphol
https://www.academia.edu/36350881/การพัฒนา “ศาสตร์พระราชา” ในมิติของบุคคล

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

วิสัชนา "นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ"




วิสัชนา "นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ"
โดย จริยา ทองหอม
03 เมษายน 2561

          คำว่า "นิพพาน" หมายถึง ความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์ 
          นิพพาน หมายถึง ความเย็น เพราะไม่มีกิเลส และไม่ต้องตาย


          พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป เมื่อบุคคลไม่มีความร้อนใดๆ ก็หมายความว่า กำลังดื่มกินพระนิพพาน

          จงปรับปรุงจิตใจให้ดีอยู่เสมอ อย่าให้กิเลสเกิดขึ้นมา ก็จะพบความเย็นที่นี่และเดี๋ยวนี้ ทำสมาธิให้ถูกต้อง กิเลสเกิดไม่ได้ ก็เย็นๆ หายใจเข้าก็เย็น หายใจออกก็เย็น หายใจเข้าก็เย็น หายใจออกก็เย็น อยู่กับพระนิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้; หายใจออก หายใจเข้า หายใจออกด้วยความรู้สึกว่าเย็น - เย็น - เย็น เพราะไม่มีกิเลส มีนิพพานกันที่นี่ อย่างนี้, แม้จะเป็นนิพพานน้อยๆ อย่างนี้ ก็ให้ทำไปเถอะ มันจะได้ค่อยๆ มากขึ้น จะค่อยๆ รู้จักมากขึ้น รู้จักทำให้มีมากขึ้นๆ จนกว่า จะสมบูรณ์หรือเต็มเปี่ยมแห่งความเย็น


          ขอให้เป็นที่แน่นอนว่า สติปัญญา จะพาไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ ความสิ้นสุดแห่งกิเลส ไปรับปริญญาของพระพุทธเจ้า คือ หมดราคะ หมดโทสะ หมดโมหะ, ลุถึงนิพพาน สิ้นสุดแห่งการว่ายเวียน
          ขอให้มองเห็นชัดว่า นิพพานเป็นของทุกคน เป็นของสำหรับทุกคน โดยไม่ยกเว้นใคร แล้วพยายามให้ได้รับประโยชน์ถึงที่สุดด้วยกันทุกคนเถิด





ที่มา: 

https://tonghom2009.blogspot.com
http://www.buddhadasa.com/shortbook/nippanforall.html
https://www.facebook.com/profile.php?id=100001093292112

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2561

บทคัดย่อ: การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม




บทคัดย่อ
การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์
เพื่อเสริมสร้างทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม
จริยา ทองหอม
24 มีนาคม 2561









วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

วันมาฆบูชา



วันมาฆบูชา

จริยา ทองหอม
01 มีนาคม 2560



                วันมาฆบูชา ในปี 2561 นี้ ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เป็นวันที่ได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ ประชาชนทั่วไปสามารถพาครอบครัวไปทำบุญและพิธีทางศาสนา


                วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเพราะเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก ซึ่งมีใจความสำคัญ ได้แก่ การทำความดี  ละเว้นความชั่ว การทำจิตใจให้บริสุทธิ์



                เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันมาฆบูชา คือ พระสงฆ์ที่เป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา”  ผู้ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า จำนวน 1,250 รูป ซึ่งเป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6  มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ในวันเพ็ญ  ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์



                กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา และการเวียนเทียน เป็นต้น


ที่มา: วันมาฆบูชา.  สืบค้นเมื่อ 01 มีนาคม 2560 จาก
http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/674620
https://scoop.mthai.com/specialdays/2319.html